ประวัติดนตรีล้านนา

posted on 17 Sep 2009 16:00 by lannawisdoms

ดนตรีการล้านนามีมานานตามที่ปรากฏจากหลักฐานในอดีตถึงปัจจุบันกล่าวถึงเครื่องดนตรีบางประเภทอาจไม่มีใครเคยคิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่กับล้านนามาก่อน เช่น จะเข้ แตรสังข์ และแคน เครื่องดนตรีเหล่านี้แพร่กระจายในแถบล้านนาและไทยมาช้านาน จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์อาจจะกล่าวได้ว่าดนตรีล้านนาในอดีตมักมีบทบาทที่โยงใยกับชีวิตความเป็นอยู่และที่สำคัญยังโยงใยกับศาสนาและกษัตริย์โดยเฉพาะเชิงพิธีกรรมดังปรากฏในจารึกหลักที่ ๖๒   ของวัดพระยืน ต.เวียงยองอ. เมือง จ.ลำพูนจารึกเมื่อพ.ศ.๑๙๑๓มีข้อความกล่าวไว้ว่า

...ตีพาทย์ ดังพิณ แตรสังข์ ค้อง กลอง ปี่สรไน พิสเนญชัย ทะเทียด กาหล แตรสังข์ มรทรค์ ดงเดือด เสียงเลิศเสียงก้อง อีกทั้งคนโห่อื้อ ดาสะท้าน ทั่วทั้งนครหริภุญชัยแล...

เครื่องดนตรีที่กล่าวถึงนี้ล้วนเป็นเครื่องประโคมที่มีความสัมพันธ์กับพิธีกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธในแถบสุโขทัยและล้านนา เพราะจารึกของวัดพระยืนเป็นการจารึกเรื่องราวของพระมหาสมุนเถระที่มาจากสุโขทัย


การดำรงอยู่คงต้องอาศัยปัจจัยสำคัญอย่างน้อย ๒ ประการได้แก่ แรงสนับสนุนส่งเสริม และ ความนิยม ซึ่งแรงสนับสนุนส่งเสริมที่ปรากฏชัดได้แก่ การจัดสอนฟ้อนรำและดนตรีในราชสำนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในระยะแรกอาจสอนเฉพาะแบบราชสำนัก ต่อมามีการส่งเสริมการฟ้อนรำและดนตรีพื้นบ้านเข้าไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศในรัชกาลที่ ๕ มีท่านทรงสนับสนุนให้มีการศึกษาดนตรีไทยภาคกลาง มโหรี ปี่พาทย์เป็นต้น ทางด้านการละคร ทรงฝึกซ้อมให้คณะละครรำของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์โดยดัดแปลงให้เข้ากับทางล้านนา


สำหรับดนตรีถึงแม้จะไม่มีหลักฐานอ้างอิงว่าทรงส่งเสริมเครื่องดนตรีล้านนาชนิดใด แต่พออนุมานหรือคาดเดาจากร่องรอยการแสดงที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน เช่น ละครร้องเรื่องน้อยใจยา น่าจะใช้สะล้อและซึงเป็นหลัก การฟ้อนเล็บ น่าจะใช้วงกลองตึ่งนง ส่วนฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา ฟ้อนดาบ น่าจะเป็นวงปี่พาทย์ (วงเต่งถิ้ง) เป็นต้น

 

ซึง  

เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนาที่มีลักษณะเรียบง่าย ชาวบ้านสามารถทำเล่นเองได้และปัจจุบันก็ยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายอีกด้วย ซึงมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพิณ หรือซึงของภาคอีสาน ในบางท้องที่เรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า “พิณ” (อ่าน ”ปิน”) แต่ในวรรณกรรมบางเรื่องและโครงนิราศหริภุญชัยเรียกว่า “ติ่ง” หากเปรียบเทียบกับเครื่องดนตรีของชาติอื่นๆ ก็พบว่าคล้ายกับกระจับปี่ของจีนหรือคล้ายกับกีต้าร์ หรือแมนโดลินอันเป็นเครื่องดนตรีด้วยสากลด้วย ซึงแบ่งออกเป็น ๓ แบบ คือ
แบ่งตามขนาดออกเป็น
๓ ขนาด คือ
๑. ซึงใหญ่
๒. ซึงกลาง
๓. ซึงเล็ก
๔. ซึงตัด

แบ่งตามการตั้งเสียง
๑. ซึงลูกสาม ตั้งเสียง โด-ซอล โดยตั้งสายทุ้มเป็นเสียงโดตั้งสายเอกเป็นเสียง ซอล มักจะเป็นซึงใหญ่และซึงเล็ก
๒. ซึงลูกสี่ ตั้งเสียง ซอล-โด โดยตั้งสายทุ้มเป็นเสียง  ซอล ตั้งสายเอกเป็นเสียงโด มักจะเป็นซึงกลาง และซึงตัดซึ่งมีขนาดเล็กสุด

เพียะ (เปี๊ยะ)
เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดอย่างหนึ่งของล้านนาที่มีมาแต่โบราณ แต่กำลังจะเสื่อมความนิยมและอาจจะสูญสิ้นไปในที่สุด เพียะ เป็นเครื่องดนตรีโบราณชนิดหนึ่งปรากฏชื่อในชุดดนตรีในวรรณกรรมหลายชิ้น เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีด มีสายโลหะตั้งแต่ ๑ ถึง ๗ สาย มีกล่องเสียงทำด้วยกะลามะพร้าวผ่าครึ่ง คันเพียะทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน หรือไม้มะเกลือ หัวเพียะ     ทำด้วยสำริดอาจประดิษฐ์เป็นรูปหัวช้าง
หัวนกหัสดีลิงค์ หรือหัวนกยูงบ้าง แต่เพียะเป็นเครื่องดนตรีที่หัดเล่นได้ยาก  เสียงของเพียะเบามาก   ผู้ฟังต้องตั้งใจ และมีสมาธิซึ่งถือว่าบริโภคยาก    ทำให้เพียะเสื่อมความนิยมไป
ส่วนประกอบของเพียะ
๑.กะโหล้ง
๒.เสาค้ำ
๓.หวายรัด
๔.คันเพียะ
๕.หลักเพียะ
๖.สายเพียะ
๗.หน่อง
๘.หัวเพียะ

 

สะล้อ  

เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีของล้านนา มีลักษณะคล้ายซออู้ ของไทยภาคกลาง พบว่าในโคลงนิราศหริภุญชัยเรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า “ธะล้อ” เครื่องดนตรีนี้น่าจะมาจากภาษาขอมว่า “ทรอ” ซึ่งทางภาคกลางอ่านเป็น “ซอ” แต่ทางล้านนาเสียงอ่านเป็นสองพยางค์  “ทะรอ-ทะลอ-ธะลอ-ธะล้อ-สะล้อ”
ประเภทของสะล้อ
๑.สะล้อใหญ่ มี ๓ สาย ตั้งเรียงคู่สี่และคู่สามร่วมกันหากเทียบกับเสียง  ดนตรีสากลคือเสียงโด ซอล โด
๒.สะล้อกลาง มี ๒ สาย ตั้งเสียงคู่สี่ เทียบกับเสียงดนตรีสากล สายเอกคือเสียงโด สายทุ้มคือเสียง ซอล
๓.สะล้อเล็ก มี ๓ สาย ตั้งเสียงคู่สาม เทียบกับเสียงดนตรีสากล สายเอกคือเสียงซอล สายทุ่มคือเสียงโด
บทบาทและลีลา
๑. สะล้อใหญ่ มีลักษณะร่วมทางเสียงระหว่างสะล้อเล็กและสะล้อกลางแต่เสียงทุ้มต่ำบทบาทคล้ายคนมีอายุมากไม่ค่อยมีลีลาและลูกเล่นมากนัก
๒. สะล้อกลาง บทบาทคล้ายคนวัยกลางคน มีลีลาสอดรับกับสะล้อใหญ่และสะล้อเล็ก
๓. สะล้อเล็ก บทบาทคล้ายคนคะนอง มีเสียงแหลมเล็ก ลีลาโลดโผนล้อและรับเสียงสะล้อกลาง ซึงและขลุ่ย

 

ปี่ชุม   

(อ่านว่า-ปี่จุม) เป็นดนตรีล้านนา ซึ่งไม่ทราบประวัติความเป็นมาที่ชัดเจนเหตุที่เรียกว่า ปี่ชุม เพราะใช้บรรเลงเป็นชุมหรือชุด คือ ประกอบไปด้วยปี่ตั้งแต่ 3 เลาขึ้นไปใช้เป่าประกอบกับการขับซอ คือ การขับเพลงปฏิพาทย์แบบล้านนา ปี่ชุมแบ่งตามขนาด มี4ชนิด ได้แก่
๑. ปี่แม่ หรือปี่เค้า เป็นปี่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีเสียงทุ้มต่ำ ทำหน้าที่ประสานเสียงมิให้เสียงของวงแหลมเกินไป
๒. ปี่กลาง เป็นปี่ที่มีขนาดกลางๆ มีระดับเสียงกลาง
๓. ปี่ก้อย มีเสียงพอดี  ผู้เป่าปี่ทุกเลาในวงต้องฟังเสียงปี่ก้อย การขึ้นหรือการลงทุกเพลงนั้นปี่ก้อยจะเป็นผู้นำทั้งสิ้น
๔. ปี่เล็ก มีขนาดเล็กที่สุด มีเสียงเล็กแหลม ใช้ตัดเสียงปี่เลาอื่น

 

แน

หรือปี่แน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ ตระกลูสรไน ใช้ในการเกิดทำนองในวงปี่พาทย์หรือวงพาทย์และวงกลองแอวที่แพร่หลายอยู่ในล้านนา แม้ว่าล้านนาจะมีปี่สรไนมานานแล้ว แต่ที่ต้องเรียกว่าสรไนเป็นแนนั้น อาจารย์ยงยุทธ ธีรศิลป์ สันนิษฐานว่าน่าจะเรียกตามชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่า  มีการแบ่งแนออกเป็น ๒ ชนิด คือ
๑. แนหน้อย ใช้บรรเลงนำมีเสียงสูงพลิ้ว ภาษาล้านนาเรียกว่าเสียง “อิ้ว” หรือ “ลิ้ว” สามารถเลียนแบบเสียงธรรมชาติได้เกือบทุกอย่าง
๒. แนหลวง มีขนาดใหญ่กว่า และเสียงทุ้มต่ำ เวลาเล่นประสมวงจะเป่าเสียงเลอๆ คือเป่าตามทำนองหลักไม่มีลูกเล่น

Comment

Comment:

Tweet

cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry
เก่ง

#20 By (106.0.210.243|106.0.210.243) on 2015-05-26 15:43

cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry
เก่ง

#18 By (106.0.210.243|106.0.210.243) on 2015-05-26 15:43

cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry cry
เก่ง

#19 By (106.0.210.243|106.0.210.243) on 2015-05-26 15:43

big smile double wink question tongue sad smile

#17 By (106.0.210.243|106.0.210.243) on 2015-05-26 15:36

#16 By (106.0.210.243|106.0.210.243) on 2015-05-26 15:35

question sad smile cry

#15 By (106.0.210.243|106.0.210.243) on 2015-05-26 15:34

#14 By (106.0.211.179|106.0.211.179) on 2015-05-19 15:23

sad smile

#13 By (110.168.230.48|110.168.230.48) on 2014-11-19 20:22

angry smile confused smile open-mounthed smile question question question question question question question question wink wink wink

#12 By ทาแย2028 (106.0.211.167|106.0.211.167) on 2014-09-04 08:57

#11 By (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-21 10:44

surprised smile wink sad smile confused smile open-mounthed smile embarrassed double wink

#10 By asdas (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-21 10:36

#9 By (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-21 10:35

#8 By (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-20 15:47

open-mounthed smile

#7 By Flem_2012@hotmail.com (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-20 15:47

#6 By Flem_2012@hotmail.com (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-20 15:46

cry embarrassed tongue cry question surprised smile sad smile

#5 By booaz__love__2556@hotmail.com (202.29.178.210|202.29.178.210) on 2014-05-20 15:45

#4 By (222.123.20.91) on 2010-10-05 12:49

#3 By (222.123.20.91) on 2010-10-05 12:49

ขอบคุณมากค่า~~~~~open-mounthed smile

#2 By MODD-RYU (203.156.25.195) on 2010-09-01 19:09

จะเข้
คำถาม
จะเข้เป็นเครื่องดนตรีท้องถิ่นใดและมีบทบาทและหน้าที่ใด
ตอบ

#1 By (112.142.56.94) on 2009-11-27 08:39